ปวดเรื้อรังและปวดเฉียบพลัน

1.การฝังเข็ม

ในประเทศจีนการฝังเข็มเป็นวิธีการรักษา โรคที่ไม่เหมือนใคร การฝังเข็มเป็นการรักษาโรค ภายใน โดยจะฝังเข็มผ่านเส้นลมปราณและตาม จุดต่าง ๆ ของตําแหน่งในร่างกาย เพื่อรักษา อาการของโรค นักวิทยาศาสตร์ตะวันตกใน ห้องปฏิบัติการฝังเข็มแก้ปวดเชื่อว่า การฝังเข็ม สามารถกระตุ้นการปล่อยสารแก้ปวดตาม ธรรมชาติในร่างกายได้ ในขณะเดียวกันก็มีการ ยืนยันว่าการฝังเข็มสามารถควบคุมการทํางาน ของระบบต่างๆในร่างกาย และยังสามารถเพิ่ม ความแข็งแรงของร่างกายในการต้านทานโรค ต่างๆได้อีกด้วย

2.ครอบแก้ว

การครอบแก้วคือ การใช้แก้ว (กระปุกสุญญากาศ) ครอบไปบนผิวหนังเพื่อทําให้แก้วเกิดสุญญากาศ หรือคคผิวหนัง โดยการใช้ไฟลนภายในแก้วก่อนที่ จะครอบลงบนผิวหนัง ทําให้เส้นเลือดบริเวณใต้ ผิวหนังขยายตัวหรือแตกออก จึงเกิดเป็นรอยแดงคล้ำ ตามรอยขอบแก้ว โรคหลายชนิดเกิดจากการเดินทาง ของพลังงาน (ชื่อ ติดขัด ซึ่งการครอบแก้วนี้ จะช่วย สลายการติดขัดนั้น ทําให้พลังงานหรือ ที่เดินทางได้ สะดวกขึ้น และสามารถบรรเทาอาการปวด ขับลม และความเย็นในร่างกายได้เป็นต้น ในประเทศจีน การรักษาด้วยการครอบแก้วนั้นมีมาอย่างยาวนาน โดยอยู่ในหนังสือของราชวงศ์ฮั่นตะวันตก หนังสือ "ห้าสิบสองโรค" มีบันทึกใน “เจวี่ยฟ้า" ซึ่งวิธีนี้จะ คล้ายกับการรักษาครอบแก้วของรุ่นต่อมา

3. การนวดแบบทุยหนา

การนวดแบบทุยหนา เป็นศาสตร์การนวดของ แพทย์แผนจีน โดยจะใช้วิธีการกด การถู การบีบ การ ดีด หรือการคลึงไปตามจุดต่าง ๆ ของเส้นลมปราณ บนร่างกาย การนวดแบบทุยหนา เป็นการบําบัดด้วย วิธีธรรมชาติที่ไม่ใช่ทางเภสัชวิทยา และเป็นการ กายภาพบําบัด แพทย์จะใช้มือทั้งสองข้างในการ รักษาโรคโดยการดัน การจับ การกด การวน การหยิก การบีบนวด การตี ฯลฯ ไปตามส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่ไม่สบาย หรือ ส่วนที่มีอาการปวดตามร่างกาย ตามเส้นลมปราณและจุดฝังเข็มบนร่างกายของผู้ป่วย เพื่อเป็นการทะลวงเส้นลมปราณให้ไหลเวียนได้ดี ส่งเสริมและเลือด ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ช่วย เสริมประคองเจิ้งซี่ ให้สามารถขจัดเสียออกไปได้ ปรับสมดุลระหว่างหยินและหยาง และเป็นการยืด อายุให้ยืนยาวยิ่งขึ้น

4.การรมยา

การรมยา เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาของ แพทย์แผนจีน โดยการใช้ อ้ายเย้ หรือ โกฐ จุฬาลัมพา ซึ่งเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งมาอัดเป็น แท่ง แล้วนําไปจุดไฟ โดยจะใช้ความร้อนของอ้าย เย้มากระตุ้นตามจุดบนร่างกาย เพื่อปรับสมดุล ความผิดปกติทางสรีรวิทยาและชีวเคมี จึงทําให้ เป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันโรค อ้ายเย้ มีต้นกําเนิดมาตั้งแต่ยุคสมัยจีน โบราณ เนื่องจากกลไกในการออกฤทธิ์ของการ รมยานั้นมีความใกล้เคียงกับการฝังเข็ม เป็นอย่างมาก และยังมีผลการรักษาที่สามารถช่วยเสริม ซึ่งกันและกันได้ โดยจะผ่านการใช้เข็ม และ รม ยาด้วยกัน จึงเรียกว่า ฝังเข็มรมยา

5. เข็มใต้ ผิวหนัง

วิธีการรักษานี้เป็นการพัฒนามาจากการฝังและคาเข็มไว้ใน สมัยโบราณ กล่าวคือ เป็นการฝังเข็มชั้นผิวหนังในแนวราบ ขนานกับผิวหนัง แล้วคาเข็มไว้เป็นเวลานานเพื่อการรักษาโรค วิธีนี้สามารถกระตุ้นจุดฝังเข็มได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งใน วิธีการรักษาโรคของแพทย์แผนจีน เข็มใต้ผิวหนังสามารถรักษาได้หลายอาการ : ปวดหัว จากเส้นประสาท ปวดไมเกรน ปวดท้อง ปวดบิดจากนิ่วในถุง น้ําดีหรือถุงน้ําดีอักเสบ เจ็บชายโครง ข้อเท้าแพลง เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถรักษาอาการเรื้อรังได้ เช่น โรคประสาท อ่อน ความดันสูง หอบหืด ประจําเดือนมาไม่ปกติ โรคใบหน้า กระตุกครึ่งซีก หนังตากระตุก ปัสสาวะรดที่นอน ปัสสาวะบ่อย ภาวะโรคปวดเหตุติดขัด เป็นต้น